เวลาเล่นเปียโนป๊อป มือซ้ายไม่จำเป็นต้องกด block chord แบบเดิมตลอดทั้งเพลง คอร์ดชุดเดียวกันสามารถนำมาเรียงใหม่ เปลี่ยนจังหวะ หรือเพิ่มช่วงเสียงให้กว้างขึ้นได้หลายแบบ และแต่ละแบบก็ทำให้เพลงมี character ต่างกันออกไป
ในตัวอย่างนี้เราจะใช้คอร์ดง่าย ๆ อย่าง C, G, Am และ F แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนจากรูปแบบที่เล่นง่าย ไปจนถึง pattern ที่มีการข้ามนิ้วและการเคลื่อนที่ของโน้ตมากขึ้น ถ้ายังไม่คล่องเรื่องโครงสร้างคอร์ด Major และ minor แนะนำให้ทบทวน การหาคอร์ด Major และ minor พร้อมวิธีฝึกให้คล่องก่อน เพราะทั้ง 5 แบบอาศัยโน้ตจากคอร์ดเดิมเป็นหลัก
แบบที่ 1: กระจายคอร์ดแทนการกด block chord
แบบแรกเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ถ้าปกติเราเล่นคอร์ด C ด้วยการกดโน้ตพร้อมกันทั้งหมด ลองเปลี่ยนมาเล่นโน้ตในคอร์ดทีละตัวแบบกระจายแทน การเปลี่ยนเพียงเท่านี้ทำให้มือซ้ายมี movement มากขึ้น และเสียงไม่เป็นก้อนเหมือน block chord
ตอนฝึกให้เริ่มจากนับ 1 2 3 4 อย่างสม่ำเสมอ แล้วเล่น pattern ของมือซ้ายให้ตรงกับจังหวะก่อน เมื่อเริ่มคล่องจึงค่อยใส่มือขวาเข้ามา ในช่วงแรกมือขวาไม่จำเป็นต้องเล่นซับซ้อน อาจเลือกโน้ตเพียงตัวเดียว เช่น C แล้วให้สองมือทำงานร่วมกันให้จังหวะนิ่งก่อน
จุดสำคัญของแบบแรกคืออย่ารีบเพิ่มความยาก เราต้องการให้มือซ้ายเริ่มคุ้นกับแนวคิดว่า คอร์ดหนึ่งคอร์ดไม่จำเป็นต้องเล่นพร้อมกันเสมอไป โน้ตชุดเดิมสามารถกลายเป็น accompaniment ที่เคลื่อนไหวได้
แบบที่ 2: เพิ่มโน้ตด้านบนและปรับ fingering
เมื่อแบบแรกเริ่มคล่องแล้ว ลองขยาย pattern ให้ยาวขึ้นด้วยการเพิ่มโน้ตด้านบนเข้าไปอีกหนึ่งตัว สำหรับคอร์ด C เราสามารถเพิ่ม C ที่สูงขึ้นมา ทำให้ช่วงเสียงกว้างกว่าเดิม และมีทิศทางของเสียงชัดขึ้น
ตรงนี้ fingering เริ่มสำคัญ เพราะเราไม่ได้คิดแค่ว่าโน้ตอะไรต้องเล่น แต่ต้องคิดด้วยว่าจะใช้นิ้วอย่างไรให้มือเดินต่อได้สะดวก ตัวอย่างในบทเรียนคือเปลี่ยนการใช้นิ้วของโน้ตด้านบน เพื่อเปิดทางให้เล่นโน้ตถัดไปได้ง่ายขึ้น หลักเดียวกันนี้สามารถนำไปใช้กับ G, Am และ F ได้
จังหวะของแบบนี้มีความสลับมากขึ้น ลองนับว่า 1 และ 2 และ 3 4 ก่อนเล่นจริง การนับคำว่า “และ” จะช่วยให้เราเห็นตำแหน่งของโน้ตระหว่าง beat ชัดขึ้น ถ้าจังหวะยังไม่นิ่ง ให้ลด tempo ลงแล้วพูดจังหวะออกมาก่อน ไม่ต้องรีบเล่นเร็ว
แบบที่ 3: ไล่โน้ตขึ้นลงและใช้ cross over
แบบที่ 3 จะให้ความรู้สึกไหลลื่นขึ้น เพราะ pattern ไม่ได้เดินไปทางเดียว แต่มีการไล่ขึ้นแล้วกลับลง และมีการข้ามนิ้วหรือ cross over เพื่อพามือไปยังโน้ตถัดไป
สำหรับมือซ้าย เราเริ่มด้วย fingering 5–3–2–1 จากนั้นใช้นิ้ว 2 ข้ามไปกดโน้ตถัดไป แล้วจึงวนกลับลงมา วิธีนี้ต้องฝึกให้การข้ามนิ้วต่อเนื่อง ไม่สะดุด และไม่เกร็งมือ
แนวคิดนี้ใช้ได้กับหลายคอร์ด เช่น C, G และ Am โดยเลือกโน้ตจากสมาชิกของคอร์ดนั้น ตัวอย่างเช่น คอร์ด C มี C และ E ที่สามารถนำมาใช้ขยาย pattern ด้านบนได้ ส่วน G ก็ใช้ G และ B และ Am ใช้ A และ C
อย่าเพิ่งรีบเล่นพร้อมสองมือทันที ฝึกมือซ้ายเพียงอย่างเดียวจน pattern เริ่มเป็นธรรมชาติ แล้วจึงค่อยใส่มือขวาเข้าไป วิธีแบ่งซ้อมเป็นส่วนเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า หากต้องการพัฒนาวิธีซ้อมโดยรวม สามารถอ่าน ซ้อมดนตรีอย่างไรให้เก่งเร็ว- ฝึกเล่นดนตรีด้วยตัวเองต้องอ่าน!เพิ่มเติมได้
แบบที่ 4: ตัดโน้ตตัวกลาง แล้วขยายช่วงเสียง
แบบที่ 4 ใช้โน้ตน้อยลง แต่ช่วงมือกว้างขึ้น เราจะเอาโน้ตตัวกลางของ triad ออก แล้วเพิ่ม root ที่สูงขึ้นหนึ่ง octave แทน
- C: C–G–C
- G: G–D–G
- Am: A–E–A
- F: F–C–F
รูปแบบนี้ทำให้เสียงโปร่งขึ้น เพราะไม่มีโน้ตตัวกลาง แต่ยังได้ยินรากและโครงสร้างของคอร์ดอย่างชัดเจน มือจะต้องกางกว้างขึ้นเล็กน้อย จึงควรวางมือให้สบายและไม่บังคับข้อมือ
เริ่มจากเล่นให้ตรงจังหวะ 1 2 3 4 ก่อน จากนั้นจึงลอง pattern แบบสลับ 1 และ 2 3 4 เมื่อเล่นหลายคอร์ดต่อกัน จะเริ่มได้ยินว่าการเปลี่ยน voicing เพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยน texture ของ accompaniment ได้มาก
แบบที่ 5: เติมโน้ตตัวกลางกลับเข้ามาเป็นเส้น
แบบสุดท้ายต่อยอดจากแบบที่ 4 โดยนำโน้ตตัวกลางที่เราเพิ่งตัดออกกลับมาใช้ แต่ไม่กลับไปกดเป็น block chord เหมือนเดิม เรานำโน้ตนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นที่ไล่ขึ้นแทน
ในคอร์ด C เรานำ E กลับเข้ามา ในคอร์ด G เพิ่ม B และใน Am เพิ่ม C เมื่อเรียงโน้ตต่อกันจะได้ pattern ที่มีรายละเอียดมากขึ้น และเสียงมือซ้ายมีทิศทางชัดกว่าแบบ octave อย่างเดียว
จังหวะของแบบนี้สามารถนับเป็น 1 และ 2 และ 3 4 เช่นเดียวกับ pattern ที่มี subdivision มากขึ้น เมื่อมือซ้ายเริ่มมั่นคงแล้ว ลองเปลี่ยนมือขวาให้มีโน้ตมากขึ้น แล้วฟังเปรียบเทียบว่า accompaniment แต่ละแบบให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร
ฝึกทั้ง 5 แบบให้ใช้ได้จริงกับเพลง
วิธีฝึกที่ได้ผลคืออย่าเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เลือก chord progression ง่าย ๆ เช่น C–G–Am–F แล้วใช้ progression เดิมทดลองทีละแบบ แบบนี้เราจะได้ยินความแตกต่างของมือซ้ายชัดเจน เพราะตัวคอร์ดไม่เปลี่ยน
เริ่มจาก tempo ช้า นับจังหวะให้ชัด และฝึกเฉพาะมือซ้ายก่อน เมื่อแต่ละ pattern เริ่มจำได้เองค่อยใส่มือขวา จากนั้นจึงค่อยเพิ่มความเร็วหรือเพิ่มโน้ตใน melody หากต้องการนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กับการเล่นและร้องไปพร้อมกัน สามารถต่อยอดจาก 10 เทคนิคในการเล่นเปียโนและร้องประกอบได้
สิ่งที่ควรสังเกตตลอดการฝึกคือ ไม่ได้มี pattern ไหนที่ “ดีที่สุด” สำหรับทุกเพลง บางเพลงต้องการมือซ้ายที่เรียบง่าย บางเพลงต้องการการเคลื่อนไหวมากขึ้น ลองฟังเสียงของแต่ละแบบแล้วเลือกใช้ให้เหมาะกับ melody จังหวะ และบรรยากาศของเพลง นี่เป็นทักษะสำคัญของการเล่น pop piano เพราะเราไม่ได้เพียงจำรูปคอร์ด แต่กำลังเรียนรู้ว่าจะทำให้คอร์ดชุดเดิมฟังแตกต่างกันได้อย่างไร

