สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้ครูจะมาอธิบายอย่างละเอียดระหว่างเทคนิคการร้องแบบด้วยเสียงแบบ falsetto และเทคนิคการร้องเพลงด้วยเสียงแบบ head voice หลายๆคนคิดว่าการร้องเพลงเสียงสูงนั้นมีแค่เทคนิคการร้องแบบเดียวเท่านั้นแต่จริงๆแล้วทั้งสองเทคนิคที่กล่าวมานั้นใช้บ่อยมากๆในการร้องเพลง นอกจากจะช่วยให้เราร้องเพลงเสียงสูงได้ง่ายขึ้นแล้วยังช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของเพลงได้อีกด้วยค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการฝึกร้องเพลงเสียงสูงอย่าพลาดอ่านบทความ คู่มือการร้องเพลงเสียงสูงฉบับสมบูรณ์ ค่ะ
เสียง Falsetto (ฟอลเซ็ตโต)
คำว่า “Falsetto” นั้นแปลมาจากคำว่า “False voice” ซึ่งเป็นเทคนิคการร้องเพลงที่ช่วยให้นักร้องชายสามารถร้องโน้ตที่สูงกว่าเรนจ์เสียงปกติ โดยเป็นการดึงเสียงจากหน้าอกไปที่หัว การร้อง falsetto นั้นเริ่มแรกเดิมทีเป็นเทคนิคการร้องที่ช่วยให้นักร้องหญิงที่ร้องเสียงโซปราโนสามารถร้องโน้ตสูงๆได้ นักร้องชายบางคนจะใช้เทคนิคนี้ร้องโน้ตที่สูงๆแค่ 2-3 โน้ตแล้วก็กลับมาร้องด้วยเสียง chest voice อีกครั้ง มีนักร้องน้อยคนที่จะสามารถร้องเสีง falsetto ได้ตลอดทั้งเพลง
มีการเริ่มใช้เสียง falsetto ตั้งแต่สมัย Middle Ages โดยนักร้องโอเปราทั้งชายและหญิงได้รับการฝึกให้ร้องเสียง falsetto แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องปกติที่จะได้ยินนักร้องชายที่ใช้เสียง countertenors (เสียงสูงชายที่เรนจ์เท่ากับเสียงต่ำของผู้หญิง) ใช้เทคนิค falsetto เมื่อต้องร้องแทนนักร้องหญิง soprano (เสียงสูงผู้หญิง) ที่ไม่สามารถขึ้นแสดงได้ นอกจากนี้นักร้องชายเสียง Bass (เสียงต่ำชาย) ยังมีการใช้เทคนิค falsetto ในการร้องเสียงสูงในเรนจ์ของ Tenor (เสียงสูงชาย)
เสียง falsetto มักเป็นที่นิยมในเพลงแนวป็อป ที่ต้องใช้เสียงสูงมากๆ และต้องการเปลี่ยนความรู้สึกของเพลง ผู้ฟังจะรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นมีความสูงมากซึ่งหลายๆครั้งเหมือนกับเสียงผู้หญิงร้องเลยทีเดียว
เสียง falsetto นั้นสามารถนำไปใช้ในเพลงที่ต้องการความสูงของเสียงเพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาและมีความเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นเสียงที่ใช้งานง่ายและมีลักษณะที่น่าสนใจที่เหมาะสำหรับการพัฒนาและควบคุมเสียงเพื่อให้เหมาะกับแต่ละประเภทของเพลง
เสียง Head Voice (เฮดวอยซ์)
head voice การตีความของคำว่า head voice ในครูแต่ละคนนั้นอาจมีความแตกต่างกัน แต่ครูจะอธิบายให้เพื่อนๆเข้าใจง่ายๆ head voice นั้นเป็นเทคนิคในการร้องเสียงสูง ซึ่งเมื่อเราร้องโน้ตที่สูงเกินกว่าที่เราพูดหรือสูงกว่าที่เรารู้สึกสบายในการร้อง เราจะใช้เทคนิคการร้องแบบ head voice เพื่อช่วยในการร้องเสียงสูง
เมื่อเราร้องเสียงสูงนั้นเสียงของเราจะขึ้นไปที่หัวและจะเกิดการสั่นสะเทือนที่หัวมากกว่าที่หน้าอก ซึ่งในการร้องโน้ตปกติเสียงจะสั่นที่หน้าอก เสียง head voice นั้นจะมีพลังไม่เหมือนกับเสียงแบบ falsetto ที่จะเป็นเสียงที่ใช้ลมมาก และฟังดูล่องลอย เสียง head voiceใช้กันอย่างแพร่หลายในการร้องเพลงแนวโอเปร่า การร้องเพลงคลาสสิค
ตารางเปรียบเทียบระหว่างเสียง falsetto และเสียง head voice
ในตารางด้านล่างนี้ จะแสดงความแตกต่างระหว่างเสียงฟัลเซ็ตโตและเสียงฮีดวอยซ์
ลักษณะ | เสียง falsetto | เสียง head voice |
---|---|---|
ตำแหน่งของเส้นเสียง | ช่วงความสูงที่มากกว่าความสูงที่เราสามารถร้องเสียงตามปกติได้ | ช่วงความสูงที่สูงกว่าเสียงปกติในการพูด |
ความสามารถในการควบคุมเสียง | ควบคุมเสียงได้ง่าย | ควบคุมเสียงได้ยากกว่า |
ลักษณะที่น่าสนใจในการร้องเพลง | เสียงสูงและมีความสวยงาม เสียงมีลมเยอะฟังดูสบายๆ | มีความเป็นเสียงสูงและสวยงามเช่นกัน แต่เสียงจะมีพลังมากกว่า |
ลักษณะการใช้งานในเพลง | สไตล์การร้องเพลงป็อปและเพลงที่เน้นความสูงของเสียงหรือโอเปรา | สไตล์การร้องเพลงโอเปร่าและเพลงที่ต้องการความสูงของเสียงและการควบคุมเสียงที่ดี |
ตัวอย่างเพลง | “Thinking Out Loud” ของ Ed Sheeran, “Love Yourself” ของ Justin Bieber | “Over the Rainbow” ของ Judy Garland, “Nessun Dorma” ของ Luciano Pavarotti |
ส่วนที่ใช้ในการร้องเพลง | ส่วนของเสียงที่เกินกว่าเสียงในเรนจ์ปกติ | ส่วนของเสียงที่อยู่บนส่วนของเสียงหลัก หรือหัวเสียง |
ลักษณะการใช้งานในเพลง | สามารถนำไปใช้ในเพลงที่ต้องการความสูงของเสียงเพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาและเสริมสร้างอารมณ์ในเพลง | ใช้กันอย่างแพร่หลายในเพลงโอเปร่าและเพลงคลาสสิกที่ต้องการความสูงของเสียงและเส้นทางการร้องเพลงที่หลากหลาย |
การใช้เสียงในการสร้างอารมณ์ | เสียง falsetto มีความอ่อนโยนและนุ่มนวล ส่งผลให้เสียงดูน่าสนใจและเพลิดเพลินในการฟัง | เสียง head voice มีลักษณะเป็นเสียงที่มีความแข็งแกร่งและมีพลัง เสียงที่สร้างจากเสียง head voice เหมาะกับสไตล์เพลงที่มีเล่นกับเครื่องดนตรีเป็นวงและเพลงที่มีความตื่นเต้น |
ระดับความยากในการเรียนรู้ | เสียง falsetto มักมีความยากในเรื่องของการควบคุมเสียงและสร้างความสวยงามให้กับเสียง | เสียง head voice ยากในการควบคุมเสียงและความสวยงามในการร้องเพลง นักเรียนต้องให้ความสำคัญในการฝึกซ้อมและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาเสียงร้องให้ก้าวข้ามความยากลำบากไปพร้อมกับความก้าวหน้าในการร้องเพลง |
ขั้นตอนการร้องเสียง head voice
- ตรวจสอบท่าทีนั่งหรือยืน: ควรทำให้ตัวของเราอยู่ในท่าที่สบายและควบคุมเส้นเสียงได้ดี ควรจัดท่าตัวให้มีความสะดวกสบายและพยายามอย่าปล่อยลมเวลาร้องมาเกินไปเพื่อให้เสียง head voice มีความคมชัดและสวยงาม
- หาช่วงความสูงของเสียง: เริ่มต้นด้วยการร้องเสียงที่สูงเกินกว่าความสามารถในการร้องเสียงตามปกติได้หรือเสียงที่สูงกว่าการพูดคุยของเราตามปกติ ควรให้ความสำคัญในการควบคุมเส้นเสียงและเริ่มต้นด้วยเสียงที่อ่อนโยนและนุ่มนวล
- ระหว่างการร้อง: ควรให้ความสำคัญในการควบคุมและยืดหยุ่นกับเส้นเสียง ระหว่างการร้องควรห้ามตะโกนหรือออกเสียงที่มีความแข็งแกร่งเกินไป การควบคุมเสียงและการระบายอากาศจะช่วยให้เสียง head voice มีความสวยงามและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
- ให้แน่ใจว่าเราได้ยินการสั่นสะเทือนที่ก้องอยู่ในหัวเวลาที่ร้อง head voice เพราะหากเราไม่ได้ยินแสดงว่าเรายังไม่ได้ร้องเสียง head voice ค่ะ
ขั้นตอนการร้องเสียง falsetto
- ตรวจสอบท่าทีนั่งหรือยืน: เช่นเดียวกับการร้องเสียง head voice ควรทำให้ตัวของเราอยู่ในท่าที่สบายและควบคุมเส้นเสียงได้ดี เริ่มต้นด้วยการจัดท่าตัวให้มีความสะดวกสบาย
- หาช่วงความสูงของเสียง: การร้องเสียง falsetto ควรเริ่มต้นด้วยการร้องเสียงในช่วงความสูงที่สามารถร้องได้สบายๆจากนั้นจึงค่อยๆร้องโน้ตที่สูงขึ้นและเริ่มปรับมาใช้เทคนิค falsetto ควรระวังอย่าให้เสียงร้องมีความหนักหรือเป็นเสียงตะโกน
- ระหว่างการร้อง: เสียง falsetto มีลักษณะเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยน ควรให้ความสำคัญในการปล่อยลมพร้อมกับการร้อง การใช้เส้นเสียงในช่วงความสูงนี้ควรให้ความสำคัญในความนุ่มนวลและทำให้สวยงามที่สุด
นักร้องที่โดดเด่นในการใช้เสียง Falsetto
- นักร้อง: The Weeknd (เดอะ เวคเอน) เสียงฟัลเซ็ตโตของ The Weeknd เป็นที่นิยมและถูกนำมาใช้ในเพลงของเขาอย่างบ่อยครั้ง เพลง “Can’t Feel My Face” – The Weeknd เพลงนี้เป็นตัวอย่างเพลงที่มีการใช้เสียงฟัลเซ็ตโตในส่วนของคอรัสและช่วงที่ร้องเพลงที่น่าสนใจและสร้างความเปลี่ยนแปลงในการร้อง
- นักร้อง: Justin Timberlake (จัสติน ทิมเบอร์เลค) Justin Timberlake เป็นนักร้องที่มีเสียงฟัลเซ็ตโตที่น่าสนใจและนิยมในแวดวงเพลงโปรดิวเซอร์และรางวัลแกรมมมี่ เพลง “Cry Me a River” – Justin Timberlake (จัสติน ทิมเบอร์เลค) เพลงนี้ในส่วนของคอรัสและการร้องที่เกิดจากเสียงฟัลเซ็ตโตที่มีความคมชัดและความอ่อนโยนที่น่าสนใจ
- นักร้อง: Frank Ocean (แฟรงก์ โอเชียน) Frank Ocean เป็นนักร้องที่มีเสียงฟัลเซ็ตโตที่เป็นเอกลักษณ์และนิยมในเพลงสไตล์อาร์แอนด์บี เพลง “Thinking Bout You” – Frank Ocean (แฟรงก์ โอเชียน) เพลงนี้เป็นตัวอย่างเพลงที่มีการใช้เสียงฟัลเซ็ตโตในช่วงความสูงที่สูงขึ้นและสร้างความน่าสนใจในการร้อง
- นักร้อง: Sam Smith (แซม สมิธ) Sam Smith เป็นนักร้องที่มีเสียงฟัลเซ็ตโตที่น่าประทับใจและเป็นเสียงที่นิยมในแวดวงเพลงโซล เพลง “Stay With Me” – Sam Smith (แซม สมิธ) เพลงนี้เป็นตัวอย่างเพลงที่มีการใช้เสียงฟัลเซ็ตโตในช่วงความสูงที่สูงขึ้นและสร้างความอ่อนโยนในการร้อง
- นักร้อง: Bruno Mars เสียงฟัลเซ็ตโตของ Bruno Mars เป็นที่นิยมและเป็นที่รู้จักดีในเพลงของเขา เพลง “When I Was Your Man” – Bruno Mars เพลงนี้ในส่วนของคอรัสและส่วนที่ร้องช่วงความสูงคือเสียงฟัลเซ็ตโตที่เป็นที่นิยมและสร้างความหวานในการร้อง
เสียงฟัลเซ็ตโตนั้นเป็นเสียงที่น่าสนใจและน่ารัก มักมีลักษณะที่นุ่มนวลและสร้างความหวานในการร้องเพลง เพื่อนๆสามารถฝึกซ้อมเสียงฟัลเซ็ตโตเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการร้องเพลงในสไตล์และรูปแบบที่ต้องการค่ะ
นักร้องที่โดดเด่นในการใช้เสียง head voice
- นักร้อง: Ariana Grande Ariana Grande เป็นตัวอย่างที่ใช้เสียงฮีดวอยซ์อย่างมากในเพลงของเธอ เพลง “Into You” – Ariana Grande เพลงนี้เป็นตัวอย่างที่ใช้เสียง head voice ในส่วนของคอรัสและส่วนที่ร้องช่วงความสูงของเสียงที่มีความสวยงามและเป็นเสียงสวยงามของ Ariana Grande
- นักร้อง: Demi Lovato Demi Lovato เป็นนักร้องที่มีเสียง head voice ที่น่าสนใจในเสียงเพลงของเธอ เพลง “Stone Cold” – Demi Lovato เพลงนี้เป็นตัวอย่างที่ใช้เสียง head voice เยอะมากและแสดงความอ่อนโยนในการร้องของ Demi Lovato
- นักร้อง: Mariah Carey Mariah Carey เป็นนักร้องที่มีความชำนาญในการใช้เสียง head voice ที่มีความสวยงามและความลึกซึ้ง เพลง”Hero” – Mariah Carey เพลงนี้เป็นตัวอย่างที่ใช้เสียงฮีดวอยซ์อย่างมากและเป็นที่รู้จักดีของ Mariah Carey
เสียง head voice เป็นเทคนิคที่นักร้องสามารถใช้งานในการร้องเพลงเพื่อเพิ่มความหลากหลายและสร้างความอ่อนโยนให้กับเพลง นักเรียนสามารถฝึกซ้อมและนำไปใช้ในการร้องเพลงเพื่อเพิ่มความสวยงามและนวลนวลในเสียงร้องของเราค่ะ
อย่างไรก็ตาม การใช้เสียง falsetto และเสียง head voice นั้นมีลักษณะและความหลากหลายในการใช้งาน เพื่อนๆควรทำความเข้าใจและฝึกซ้อมเสียงเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการร้องเพลงได้อย่างถูกต้องและสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังค่ะ
สรุปความแตกต่างระหว่างเสียง falsetto และเสียง head voice
ในการเปรียบเทียบเสียง falsetto และเสียง head voice เสียง falsetto มีลักษณะเสียงที่มีความสูงและน่าสนใจในการร้องเพลง ใช้ลมมากกว่าเสียงมีความนุ่มนวลมากกว่าฟังสบายหู ส่วนเสียง head voice มีความเป็นเสียงสูงและมีพลังในการร้องเพลง ใช้ลมน้อยกว่า
การใช้เสียงทั้งสองสไตล์นี้นั้นมีลักษณะและความพิเศษในเสียงที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะของเพลงที่ต้องการร้อง เพื่อนๆควรศึกษาและฝึกซ้อมเสียงเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการร้องเพลงได้อย่างเหมาะสมและสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟัง เพื่อให้เสียงร้องของพวกเขาก้าวไปสู่ความเป็นมืออาชีพในวงการเพลง
Leave a Reply