คู่มือการเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้าฉบับสมบูรณ์


การเลือกเปียโนไฟฟ้าให้ถูกใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยทีเดียวเพราะในท้องตลาดนั้นมีเปียโนไฟฟ้าให้เลือกมากมายหลายรุ่น ซึ่งยิ่งค้นคว้าหาข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้สับสนมากขึ้นเท่านั้น วันนี้ครูจะมาอธิบายการทำงานของเปียโนไฟฟ้าให้เพื่อนๆเข้าใจกันอย่างกระจ่างไปเลย รวมถึงสิ่งสำคัญที่สุดเวลาเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้าค่ะ

ก่อนที่เราจะไปอ่านบทความกัน ครูฝากคอร์สเรียน ” เล่นเปียโนป๊อบได้ใน 10 วัน” เป็นคอร์สเรียนที่ครูใช้เทคนิคการสอนที่จะทำให้เพื่อนๆที่ไม่เคยเล่นเปียโนมาก่อนสามารถเล่นเปียโนได้ภายใน 10 วัน เราจะไม่เรียนอ่านโน้ตอ่านจังหวะแต่จะเล่นเพลงทันทีค่ะ นักเรียนที่เคยเรียนเปียโนมาแล้วแต่ไม่เคยเล่นเพลงป๊อบจากการอ่านคอร์ดก็เหมาะสำหรับคอร์สนี้ค่ะ สนใจเรียนฟรี 2 บทแรก คลิกได้ ที่นี่ เลยค่ะ

วิธีการทำงานของเปียโนไฟฟ้า: เสียงและความรู้สึกที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

ถ้าเพื่อนๆกำลังสนใจเกี่ยวกับเปียโนไฟฟ้าและกำลังสงสัยว่าเปียโนไฟฟ้าทำงานอย่างไร? ในบทความนี้ครูจะพาไปศึกษาขั้นตอนการทำงานของเปียโนไฟฟ้าอย่างละเอียด ในฐานะที่ครูมีประสบการณ์สอนเปียโนมามากกว่า 22 ปีและเล่นเปียโนมานานถึง 36 ปี ในการเลือกเปียโนไฟฟ้าให้ได้เครื่องที่ดีนั้น เพื่อนๆต้องทำความเข้าใจการทำงานของเปียโนไฟฟ้ากันก่อนค่ะ

เสียงและความรู้สึกของเปียโนไฟฟ้า

เมื่อพูดถึงเปียโนไฟฟ้า ทีมวิศวกรจะพบกับความท้าทายสำคัญที่สุดในการสร้างเสียงและความรู้สึกของเปียโนไฟฟ้าให้เหมือนกับเปียโนอคูสติก ทั้งสองภารกิจนั้นยากมากเนื่องจากมีองค์ประกอบหลายอย่างที่มีบทบาทในการสร้างเสียงดนตรีที่ยอดเยี่ยมภายในเครื่องดนตรีเครื่องนี้

องค์ประกอบสำคัญของเปียโนอคูสติก

ในเปียโนอคูสติก สายสปริง ค้อนและคีย์เป็นองค์ประกอบที่สร้างเสียงดนตรี โดยเมื่อเรากดคีย์ ค้อนที่เชื่อมต่อกับคีย์นั้นจะกระแทกสายสปริงที่ขึงอยู่ในเปียโน ซึ่งทำให้สายสปริงสั่นและสร้างเสียงขึ้นมา

เปียโนดิจิตอลและการใช้ Sample

เปียโนดิจิตอลไม่มีสายสปริง ค้อนในเปียโนไฟฟ้านั้นจะมีไว้เพื่อถ่วงน้ำหนักให้กับตัวคีย์และเพื่อและสร้างการเคลื่อนไหวเครื่องกลที่คล้ายกับเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิม ในการสร้างเสียงของเปียโนอคูสติกและเสียงของเครื่องดนตรีอื่นๆ ในเปียโนไฟฟ้านั้นจะมีการใช้วิธี “Sample” หรือการสุ่มตัวอย่างเสียง

Sample คืออะไร?

“Sample” คือการบันทึกเสียงของเครื่องดนตรีหรือเสียงอื่นๆ (เช่น เสียงคลื่นทะเล เสียงไซเรน เสียงลม เป็นต้น) อาจเป็นส่วนของเพลงที่ถูกบันทึกไว้ด้วย

การสร้างเสียงดนตรีด้วย Sample

การใช้งาน “Sample” ไม่จำกัดเฉพาะเปียโนอคูสติกเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้ในการสร้างเสียงกีตาร์ เครื่องสาย ออร์แกน กลอง ฟลูต และเครื่องดนตรีอื่นๆ อีกมากมาย

คุณภาพของ Sample

คุณภาพของ Sample และเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างหรือบันทึกนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อคุณภาพเสียงของเปียโนไฟฟ้าเครื่องนั้นๆ ยิ่งคุณภาพของ Sample และเทคโนโลยีที่ใช้มีคุณภาพสูง สัญญาณเสียงที่ได้จะเสมือนจริงและแม่นยำมากขึ้น

ขั้นตอนการบันทึก Sample

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เจริญพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และเปียโนดิจิตอลรุ่นสูงสามารถให้เสียงที่ใกล้เคียงกับเปียโนจริงมากขึ้น

ปัญหาที่พบในการบันทึก Sample

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เปียโนไฟฟ้าทุกตัวจะมีเสียงเดียวกัน นั่นเพราะผู้ผลิตมีวิธีการบันทึกที่แตกต่างกันค่ะ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อเสียงของเปียโนไฟฟ้า

การที่จะบันทึกเสียงสำหรับเปียโนไฟฟ้าให้มีคุณภาพนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างดังนี้

1. โมเดลเปียโนอคูสติกที่ใช้ในการบันทึกเสียง และสภาพของเครื่องดนตรี

2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกเสียง

3. การวางตำแหน่งไมโครโฟนในขณะที่บันทึก

4. สภาพแวดล้อมที่บันทึกเสียง

5. กระบวนการปรับปรุงเสียงและอัลกอริทึมที่ใช้ในการจำลองปฏิกิริยาทางเสียงที่ซับซ้อน เช่น การสะท้อนของสายสปริง การสะท้อนของแดมเปอร์ การสะท้อนของตู้สัมผัส เป็นต้น

6. ความยาวของ Sample และปริมาณหน่วยความจำที่ใช้ในเปียโนดิจิตอล

7. จำนวนชั้นความเร็ว (velocity layers) เป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมความสมจริงของเสียงเปียโนไฟฟ้า การบันทึกชั้นความเร็วหลายชั้นสำหรับแต่ละโน้ตจะช่วยให้เสียงเปียโนดิจิตอลมีความเปลี่ยนแปลงในระดับเสียงที่เหมือนกับเปียโนอคูสติก โดยจะมีความแตกต่างทั้งในระดับเสียงและความละเอียดของเสียงที่สร้างขึ้น

8. ความจำ (Memory) และจำนวนชั้นความเร็วที่บันทึกความจำสำหรับเปียโนดิจิตอลเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพของเสียงที่สร้างขึ้น ความจำที่มากกว่าจะช่วยให้เก็บ Sample ที่มีความยาวและคุณภาพสูงมากขึ้น รวมถึงมีจำนวนชั้นความเร็วที่มากขึ้นเพื่อให้ความรู้สึกเสียงเปลี่ยนแปลงในระดับเสียงที่เหมือนกับเปียโนอคูสติก

เปียโนดิจิตอลรุ่นราคาประหยัด

เปียโนไฟฟ้ารุ่นราคาประหยัดจะมีความจำที่น้อยกว่ารุ่นราคาสูง ผู้ผลิตจึงต้องใช้วิธีการที่แตกต่างเล็กน้อย แทนที่จะบันทึกทุกคีย์ของเปียโนอคูสติก พวกเขาจะบันทึกโน้ตทุกๆ หนึ่งในสองหรือสามโน้ต แล้วใช้เทคโนโลยีโมเดลลิ่งเพื่อยืดขยาย Sample เพื่อเติมช่องว่างระหว่างโน้ตค่ะ

การตัด Sample และการเพิ่ม Loop

เป็นปกติที่ผู้ผลิตเปียโนไฟฟ้ารุ่นราคาประหยัดจะตัดส่วนหนึ่งของ Sample เพื่อลดขนาดไฟล์ เมื่อเล่นเสียงนั้น ส่วนที่ถูกตัดอาจไม่มีความยาวเท่ากับการบันทึกจริง และเมื่อถึงส่วนที่ตัด เครื่องจะวนเล่นเสียงเดิมซ้ำ ๆ กัน แต่โดยการลดเสียงเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ

การทำเสียงดังเบาบนเปียโนไฟฟ้า

สำหรับเปียโนไฟฟ้าที่เทคโนโลยีต่ำนั้น ทางผู้ผลิคจะบันทึกเสียงเพียงแค่ 2 เลเยอร์สำหรับโน้ตแต่ละตัว ซึ่งเป็นการยากมากที่จะเลียนเสียงความเบาดังในเปียโนอะคุสติก ในกรณีนี้ทางผู้ผลิตก็จะเพิ่มความดังและเบาด้วยการปรับโวลุ่มเสียงให้ดังเบาเท่านั้น

บนเปียโนอะคุสติกนั้น เวลาที่นักเปียโนเล่นเสียงเบา เสียงที่ออกมานั้นไม่ได้เปลี่ยนแค่ความดังเบาเท่านั้น แต่เปลี่ยนความรู้สึกและคาแรคเตอร์ของเพลงด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการกดว่ากดแรง กดเบา กดโดยใช้ส่วนไหนของนิ้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เกิดเสียงที่แตกต่างกันไปบนเปียโนอะคุสติก หากเพื่อนๆเรียนเปียโนในระดับต้นอาจจะไม่ได้สังเกตสิ่งละเอียดอ่อนเหล่านี้ แต่สำหรับนักเปียโนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก หูของนักเปียโนเหล่านี้จะได้ยินความแตกต่างอย่างมาก ซึ่งทำให้นักเปียโนมืออาชีพนั้นไม่ประทับใจในการเล่นเปียโนไฟฟ้าเมื่อเทียบกับการเล่นเปียโนอะคุสติก

เทคโนโลยี Physical Modeling

เทคโนโลยี Physical Modeling เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจซึ่งเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แตกต่างจากการบันทึก Sample ที่เสียงของเปียโนจริง การ Physical Modeling เน้นสร้างเสียงของเปียโนจากพื้นฐาน โดยใช้เทคนิคและซอฟต์แวร์ที่สร้างพฤติกรรมทางกายภาพของเครื่องดนตรี เป็นการจำลองตัวโครงสร้างพื้นฐานของเครื่องดนตรีแบบอคูสติกที่มีส่วนประกอบหลายอย่างที่มีการปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งสร้างเสียงที่ไม่สมบูรณ์และซับซ้อนเหมือนเสียงจริง

ข้อดีและข้อเสียของเปียโนไฟฟ้า

ข้อดีข้อเสีย
เปียโนไฟฟ้า ไม่ต้องจูนไม่สามารถสร้างเสียงและทัชชิงได้เหมือนเปียโนอะคุสติก
ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบไฟ
ไม่ต้องมีการบำรุงรักษา ราคาตกเมื่อมีรุ่นใหม่ๆมาในท้องตลาด
อุณหภูมิและความชื้นไม่เป็นผลต่อคุณภาพของเปียโนดูไม่หรูหราเท่ากับเปียโนอะคุสติก
มีหลากหลายเสียงให้เลือกขาดจิตวิญญาณในเสียงและทัชชิง
สามารถใส่หูฟังได้
อัดเสียงได้สะดวก
มีมีฟังก์ชันสำหรับเรียนรู้เช่น
เมโทรโนมในตัวและเพลงที่อัดมากับเครื่อง
สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคได้
สามารถใช้ MIDI-controllers เพื่อสร้างดนตรีในคอมพิวเตอร์
ราคาไม่แพง

ความแตกต่างระหว่างเปียโนไฟฟ้าและคีย์บอร์ด

ความแตกต่างที่ชัดเจนของเปียโนไฟฟ้าและคีย์บอร์ดที่เห็นได้ชัดมากๆเลยคือ คีย์บอร์ดนั้นไม่ได้พยายามเลียนเสียงและทัชชิงของเปียโนอะคุสติกและไม่จำเป็นต้องมี 88 คีย์ คีย์บอร์ดนั้นมีมากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดที่พกพาได้ synthesizers, music workstations, MIDI-controllers และอื่นๆ หากเพื่อนๆสนใจอ่านรายละเอียดความแตกต่างของเปียโนไฟฟ้าและคีย์บอร์ดแบบละเอียดคลิกอ่านบทความ คีย์บอร์ดกับเปียโนไฟฟ้าต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่างเสียงบนเปียโนดิจิตอลและเปียโนอคูสติก

บนเปียโนอคูสติก เมื่อกดคีย์ด้วยความแรงต่าง ๆ เสียงไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงในระดับเสียง แต่ยังเปลี่ยนแปลงในลักษณะเสียงเอง เช่น ความเข้มของเสียงและลักษณะของเสียงที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับว่ากดคีย์ด้วยแรงเท่าไหร่ ใช้ส่วนไหนของนิ้ว กดด้วยความเร็วหรือช้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ได้เสียงที่แตกต่างกันออกไปแม้ว่าจะเสียงเบาเหมือนกันหรือดังเหมือนกัน บนเปียโนไฟฟ้าที่มีจำนวนชั้นความเร็วน้อย ๆ ไม่สามารถที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับเสียงให้มีคุณลักษณะเหล่านี้ได้เพราะมีจำนวนชั้นความเร็วที่น้อย

หากเพื่อนๆไม่แน่ใจว่าจะซื้อเปียโนไฟฟ้าหรือเปียโนอะคุสติกดี คลิกอ่านบทความ ซื้อเปียโนอะคุสติกหรือเปียโนไฟฟ้าดี

ประเภทของเปียโนดิจิตอล

เหมือนที่ครูได้กล่าวไปแล้ว จุดมุ่งหมายหลักของเปียโนไฟฟ้าคือการพยายามทำให้เสียง น้ำหนักและความรู้สึกเวลากดคีย์ให้เหมือนกับเปียโนอะคุสติกมากที่สุด แต่ไม่ใช่เปียโนไฟฟ้าทุกตัวจะถูกสร้างขึ้นในระดับเท่าเทียมกัน เปียโนไฟฟ้านั้นมีหลายประเภท เพื่อนๆจะซื้อรุ่นไหนนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของเราว่าเราจะชอบตัวไหนมากกว่าค่ะ

เปียโนไฟฟ้าประเภทพกพา (Portable)

ขายเปียโนยามาฮ่า p-45B

เปียโนไฟฟ้าแบบพกพาเป็นที่รู้จักในนาม “slab piano” เป็นประเภทของเปียโนไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นการออกแบบที่ดีที่สุดของเครื่องดนตรีชนิดนี้เลยค่ะ เปียโนจะไม่มีฐานตั้งซึ่งจะหน้าตาเหมือนกับแป้นพิมพ์แบบพกพา เพื่อนๆสามารถย้ายไปมาได้อย่างสะดวกและเก็บเมื่อไม่ได้ใช้งาน ความแตกต่างหลักของคีย์บอร์ดแบบพกพาและเปียโนไฟฟ้าแบบพกพาคือ เปียโนไฟฟ้าแบบพกพามีระบบคีย์ 88 คีย์ที่มีการถ่วงน้ำหนักด้วยค้อนให้เหมือนเปียโนอคูสติก ซึ่งทำให้เปียโนไฟฟ้าแบบพกพานั้นมีน้ำหนักมากกว่าคีย์บอร์ดแบบพกพาที่เบามากๆเลยล่ะค่ะ แม้ว่าเปียโนไฟฟ้าจะหนักกว่าคียบอร์ดแต่ก็จะเบากว่าเปียโนอคูสติกมากๆ คุณภาพเสียงยังมีคุณภาพดีกว่าคีย์บอร์ด เนื่องจากมี Sample ที่คุณภาพสูง จำนวน polyphony สูง (อ่านความหมายของ polyphony ได้ท้ายบทความค่ะ) และระดับไดนามิกที่กว้างกว่า ราคาเป็นเหตุผลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เปียโนแบบพกพาเป็นที่นิยมมากที่สุด โดยทั่วไป เปียโนไฟฟ้าแบบคอนโซลที่มีเทคโนโลยีแบบเดียวกัน จะมีราคาแพงกว่าเปียโนไฟฟ้าแบบพกพาประมาณ 20-40% ในขณะเดียวกันหากเพื่อนๆซื้อเปียโนไฟฟ้าแบบพกพา จะต้องเตรียมเงินสำหรับซื้อขาตั้งเอาไว้ด้วย ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่หลัก 1พันไปจนถึง 3 พันกว่าบาทค่ะ หากเพื่อนๆสนใจสามารถคลิกดูอุปกรณ์เสริมได้ ที่นี่ รุ่นที่ครูเคยมีไว้ใช้ที่บ้านตอนที่อยู่เมืองไทยก็จะมีรุ่น Yamaha P-45 และ Yamaha P-125 ทั้งสองรุ่นนี้จะเหมาะกับนักเรียนระดับต้นและระดับกลางค่ะ ทั้งสองรุ่นนี้ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ สิ่งที่ต่างกันมากๆคือจำนวน polyphony ของ P-45 จะน้อยกว่าค่ะ ส่วนตัวครูไม่ค่อยชอบทัชชิงเท่าไหร่ คือครูคิดว่ายังไงเปียโนไฟฟ้าก็สู้เปียโนอะคุสติกไม่ได้เท่านั้นเองค่ะ แต่หากเพื่อนๆมีงบจำกัด สองรุ่นนี้ก็เหมาะกับการใช้เรียน อัดเสียงและเล่นให้ผ่อนคลายค่ะ ไม่แนะนำหากต้องการเรียนจริงจังแบบไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ หากจริงจังแบบจะเป็นนักเปียโนอาชีพควรต้องใช้เปียโนอะคุสติกค่ะ

หากเพื่อนๆเป็นแฟนของเปียโน Yamaha อย่าพลาดคลิกอ่าน เปียโนไฟฟ้า Yamaha รุ่นไหนดี หรือหากเพื่อนๆที่เพิ่งเริ่มเรียนเปียโนอย่าพลาดอ่านบทความ 10 รุ่นเปียโนไฟฟ้าสำหรับผู้เริ่มต้น

เปียโนไฟฟ้าประเภทคอนโซล (Console)

ขายเปียโนยามาฮ่า

เปียโนไฟฟ้าประเภทคอนโซลเป็นประเภทที่มีความนิยมรองลงมาเป็นอันดับสอง เปียโนไฟฟ้ารุ่นนี้มีความใกล้เคียงกับเปียโนอคูสติกในเรื่องขององค์ประกอบหลัก – เสียง ทัชชิงและรูปลักษณ์ การออกแบบคอนโซลของเปียโนไฟฟ้ามีข้อดีและข้อเสียของมัน ข้อดีคือเพื่อนๆจะได้เครื่องดนตรีที่มีอุปกรณ์ครบสรรพพร้อมในการเริ่มเล่นทันที – ไม่จำเป็นต้องซื้อที่วางหรือเพดเดิลเพิ่มเติม!

นอกจากนี้ ด้วยการออกแบบที่เรียบหรูของเปียโนไฟฟ้าแบบคอนโซล เราจึงสามารถนำมาตกแต่งบ้านเพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับบ้านของเรามากขึ้น ข้อเสียของมันก็คือ เปียโนคอนโซลอาจมีน้ำหนักหนักมากและขนาดใหญ่ เฉลี่ยน้ำหนักอยู่ที่ 150 ถึง 300 กิโลกรัม แม้ว่ามันจะง่ายต่อการเคลื่อนย้ายกว่าเปียโนอคูสติก แต่เปียโนไฟฟ้าแบบคอนโซลนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้พกพาไปไหนมาไหนได้ ครูกับแฟนเคยพยายามยกเปียโนไฟฟ้าแบบคอนโซลเข้าบ้าน โอ้โหมันหนักมากเลยค่ะ หนักแบบว่าแค่จะยกให้ขึ้นก็จุกมากๆเลย เอาเป็นว่าครูยกขึ้นเลยพื้นไม่ได้ สรุปเลยต้องวานคนข้างบ้านมาช่วยยกกับแฟน

อย่างที่บอกว่าเปียโนรุ่นนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ หากเพื่อนๆมีพื้นที่พอและไม่ต้องการย้ายเปียโนไปไหนมาไหน เปียโนคอนโซลอาจเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ ราคาของเปียโนไฟฟ้าแบบคอนโซลแต่ละรุ่นจะมีราคาที่แตกต่างกันมาก ระหว่าง 20,xxx ถึง 200,xxx บาท หรือบางรุ่นก็ยังมีราคามากกว่านี้อีกค่ะ ราคานั้นแพงหรือถูกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่ารุ่นนั้นๆสามารถเลียนแบบลักษณะของเปียโนอะคุสติกได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับรุ่นที่ครูใช้และชอบมากๆก็คือ เปียโนไฟฟ้า Yamaha YDP -165 นักเรียนสามารถฟังเสียงของเปียโนรุ่นนี้ได้จากวีดีโอ 2 คลิกด้านล่างจากยูทูปครูค่ะ ลืมบอกไปว่าครูมีแกรนด์เปียโนอะคุสติกและเปียโนไฟฟ้าค่ะ เปียโนไฟฟ้าใช้สำหรับอัดเสียงและแกรนด์เปียโนใช้สำหรับเล่นเพื่อความเพลิดเพลินและเอาไว้อัดภาพวีดีโอค่ะ ดังนั้นในวีดีโอแรกเพื่อนๆจะเห็นว่าครูใช้แกรนด์เปียโนในวีดีโอ แต่หากมองดีๆ ตอนที่ถ่ายภาพจากมุมสูงที่โชว์นิ้วเวลาเล่น เพื่อนๆจะเห็นสายไฟจากด้านซ้ายล่างเพราะครูใช้เปียโนไฟฟ้า Yamaha YDP-165 ในการอัดเสียงค่ะ หากเพื่อนๆสนใจเปียโนรุ่นนี้สามารถดูรายละเอียด ที่นี่ ราคารุ่นนี้อยู่ประมาณ 5x,xxx หากเพื่อนๆงบน้อยกว่านี้สามารถเลือกเป็น YDP -145 ก็เสียงดีเช่นกันค่ะแต่ฟังก์ชันจะแตกต่างกันเล็กน้อยค่ะ ราคาอยู่ประมาณ 45,xxx ค่ะ สนใจดูรายละเอียดได้ ที่นี่ ค่ะ

ประเภทอัพไรท์ (Upright Style)

เปียโนไฟฟ้าประเภทอัพไรท์เป็นประเภทย่อยของเปียโนไฟฟ้าประเภทคอนโซล ตัวเปียโนนั้นมีขนาดใหญ่และหรูหราที่เหมือนกับเปียโนอัพไรท์อะคุสติก เปียโนไฟฟ้าประเภทนี้มีราคาแพงที่สุดค่ะ (ไม่นับเปียโนแกรนด์และไฮบริด) เปียโนไฟฟ้ารุ่นนี้ไม่เพียงแค่ได้รับการออกแบบเหมือนเปียโนอคูสติกเท่านั้น แต่ยังใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต hammer action อีกด้วย (บ่อยครั้งมีแป้นคีย์ที่เป็นไม้) ตัวอย่าง Sample ที่มีรายละเอียดซับซ้อน และระบบเสียงหลายลำโพง

ครูมีนักเรียนที่อเมริกาที่ใช้เปียโนไฟฟ้าประเภทนี้ ทัชชิงนั้นเหมือนกับเปียโนอะคุสติกมากๆ คีย์มีความหนักใช้ได้อยู่ค่ะซึ่งหนักกว่าเปียโนอัพไรท์ที่ทำมาจากเยอรมัน จะหนักพอๆกับเปียโนอะคุสติก Yamaha Kawai ค่ะ รุ่นนี้สามารถใช้ได้ถึงระดับสูงค่ะเพราะทัชชิงดี ข้อเสียที่ครูเห็นก็คือยังไม่สามารถทำเสียงได้หลากหลายเหมือนกับแกรนด์เปียโนอะคุสติกค่ะ แต่หากเทียบกับเปียโนอัพไรท์แบบอะคุสติกแล้วถือว่าดีเทียบเท่าหรือดีกว่าเปียโนอะคุสติกแบรนด์ต่ำๆค่ะ ยิ่งถ้าเพื่อนๆต้องการอัดเสียงครูก็แนะนำว่าให้ใช้เปียโนไฟฟ้าค่ะเพราะง่ายและให้เสียงที่ดีกว่าการอัดเปียโนอะคุสติกค่ะ หากเพื่อนๆสนใจเปียโนประเภทนี้ลองดูรุ่น CSP-275 ก็จัดว่าเหมือนกับเปียโนอัพไรท์มากๆค่ะ คลิกดูรายละเอียดได้ ที่นี่ ค่ะ

ขายเปียโนยามาฮ่า csp-275

เปียโนแกรนด์ไฟฟ้า (Digital Grand Pianos)

นี่เป็นประเภทของเปียโนไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุดและแพงที่สุด เปียโนแกรนด์ไฟฟ้าจากแบรนด์ชั้นนำ (เช่น Yamaha, Roland, และ Kawai) ราคาสูงกว่าเปียโนอะคุสติกของใหม่อีกค่ะ เช่นเดียวกับเปียโนไฟฟ้าประเภทอัพไรท์ เปียโนแกรนด์ไฟฟ้ามอบประสบการณ์การเล่นที่น่าทึ่ง ให้เสียงดังและเสียงที่มีพลังผ่านระบบลำโพงที่ทันสมัย ด้วยรูปลักษณ์ขนาดใหญ่ของเปียโนแกรนด์ช่วยให้เครื่องดนตรีนี้สร้างเสียงที่ลึกล้ำและสะท้อนเสียงที่มีความยาวที่น่าประทับใจเหมือนเสียงของเปียโนแกรนด์จริงๆ ราคาเริ่มต้นที่ 5x,xxx (แบรนด์ที่ไม่ดังอย่าง Williams และ Suzuki ) และเพิ่มขึ้นไปถึง 5xx,xxx บาทสำหรับแบรนด์ดังๆอย่าง Yamaha, Kawai, หากเพื่อนๆสนใจเปียโนแกรนด์ไฟฟ้า ครูแนะนำ Yamaha CSP-295GP ค่ะ คลิกดูรายละเอียดได้ ที่นี่ ค่ะ

ขายเปียโนยามาฮ่า csp-295gp

เปียโนไฟฟ้าสำหรับขึ้นแสดง (Stage Pianos)

เปียโนดิจิตอลประเภท stage piano จะไม่เหมือนเปียโนไฟฟ้ารุ่นอื่นๆที่พยายามจำลองลักษณะของเปียโนอคูสติก เปียโนไฟฟ้าประเภทนี้ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายสำหรับนักดนตรีที่เดินทางไปแสดงตามสถานที่ต่างๆ

ถึงแม้ว่าเปียโนไฟฟ้าประเภทนี้จะมีรูปลักษณ์ที่ดูไม่หรูหราแบบรุ่นอื่นๆ แต่มันเป็นเปียโนไฟฟ้าที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับเปียโนไฟฟ้าดีๆเลยค่ะ ให้เสียงเปียโนอคูสติกที่เหมือนจริงและความตอบสนองของการแตะเสียง นอกจากนี้ยังมักมาพร้อมกับเสียงอื่นๆ ที่หลากหลาย เช่นเปียโนไฟฟ้า ออร์แกน และเสียงสังเคราะห์พื้นฐานอื่นๆ

หน้าแผงปัดซึ่งมักมีความเรียบง่ายโดยให้ความสำคัญกับการควบคุมโดยใช้มือ ซึ่งช่วยให้เพื่อนๆสามารถเปลี่ยนแปลงเสียง จังหวะหรือสิ่งอื่นๆที่มากับเครื่องได้อย่างรวดเร็ว เปียโนไฟฟ้าประเภทนี้ยังมีความคล่องตัวในการปรับรูปแบบเสียง ไม่เหมือนกับประเภทอื่นๆที่ต้องต่อเข้ากับแอพเพื่อปรับเปลี่ยนเสียงหรือจังหวะค่ะ

หากเพื่อนๆเป็นนักดนตรีอาชีพที่ต้องโชว์บนเวทีหรือบันทึกเพลงในสตูดิโอ เปียโนไฟฟ้าประเภท stage piano อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ รุ่นที่ครูแนะนำก็จะเป็น Nord Stage 4 , Nord piano 5 , Nord Grand Stage Piano ,

ขายคีย์บอร์ดไฟฟ้า Nord Stage 4

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนซื้อเปียโนไฟฟ้า

เวลาที่นักเรียนเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้านั้น บางครั้งเขาจะเลือกโดยที่ขาดความเข้าใจ อาจจะเลือกโดยดูจากเสียงว่ามีกี่เสียงหรือมีฟังก์ชั่นสนุกๆอะไรบ้าง หรือจากรูปลักษณ์ของเปียโนไฟฟ้ารุ่นนั้นๆ สีที่ชอบและอีกหลายๆอย่างที่ล่อตาล่อใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ครูมักบอกนักเรียนของครูเวลาที่เลือกซื้อเปียโนไฟฟ้าก็คือ ให้เช็ค 2 สิ่งนี้เป็นอันดับแรก ซึ่งก็คือ polyphony และ hammer action ว่าเป็นแบบไหน เพราะ 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ หากเราไม่เลือกให้ดีเราก็จะได้เปียโนที่ไม่ช่วยให้เราพัฒนาทักษะการเล่นได้เท่าที่ควร ครูอธิบาย 2 สิ่งที่สำคัญไว้ดังนี้ค่ะ

polyphony ในเปียโนไฟฟ้าคืออะไร?

คำว่า “polyphony” นั้นแปลตรงๆว่าหลายเสียง จากตัวอย่างข้างบนเป็นคุณสมบัติของเปียโนไฟ้ฟารุ่นหนึ่ง เราจะเห็นว่าเขาจะเขียนบอกว่าเปียโนไฟฟ้ารุ่นนี้มี polyphony 192 เสียง (Number of Polyphony (Max.) 192 เสียง ความหมายง่ายๆเลยก็คือ จำนวนเสียงที่สามารถกดได้พร้อมๆกันใน 1 ครั้ง หากมี 48 เสียง ก็แปลว่าเราจะกดได้ทั้งหมด 48 เสียงในครั้งเดียว หากมากกว่านั้นโน้ตก็จะถูกตัดออกค่ะ

เพื่อนๆอาจจะงงว่าก็เรามีแค่ 10 นิ้วเราจะกดมากกว่านั้นได้อย่างไร คำตอบคือได้ค่ะ ในการเล่นเปียโนไฟฟ้านั้นหากเราใช้เพดเดิล เสียงที่เราเล่นตั้งแต่เริ่มกดเพดเดิลจนยกเพดเดิลออกเรานับว่าเป็นการกดโน้ตพร้อมๆกันเพราะเสียงนั้นไม่หยุดจนก่วาเราจะปล่อยเพดเดิลออก หรือหากเราเล่นโดยเพิ่มเสียงของเครื่องสาย (violin, cello, double bass…) เราก็จะมีเสียงมากกว่านิ้วของเราแน่นอนค่ะ หรือหากเราเล่นกับเสียงกลองก็จะต้องนับเสียงกลองด้วยค่ะ

ดังนั้นหากเพื่อนๆเลือกเปียโนไฟฟ้าที่มี polyphony น้อยๆแล้วล่ะก็จะเสี่ยงในการถูกตัดเสียงที่เกินออกได้ค่ะ โดยเฉพาะหากเพื่อนๆเล่นเพลงคลาสสิคที่มีโน้ตยึบยับเต็มไปหมดและใช้เพดเดิลเยอะๆ เสียงอาจจะหายได้ค่ะ หรือเพื่อนๆที่เล่นแสดงบนเวทีก็เช่นกัน หากตั้งการเสียงหลายๆเสียงก็มีสิทธิ์ที่ polyphony จะไม่พอค่ะ ค่าของ polyphony ที่ครูแนะนำก็คือประมาณ 128 ขึ้นค่ะ แต่หากเพื่อนๆงบจำกัดและเพิ่งเริ่มเล่นเปียโนและซื้อได้แค่ polyphony 48 ก็ไม่เป็นไรค่ะ มันก็ใช้ได้เหมือนกันตราบใดที่เราไม่ได้ใช้ฟังก์ชั่นต่างๆเยอะมากนักหรือเล่นเพลงคลาสสิคใหญ่ๆ

Hammer action แบบ weighted key, semi-weigted key ในเปียโนไฟฟ้าคืออะไร?

พูดแบบง่ายๆเลยคือ เป็นการจำลองน้ำหนักของคีย์เปียโนไฟฟ้า อย่างที่บอกว่าเปียโนไฟฟ้านั้นพยายามเลียนแบบเปียโนอะคุสติก ในเปียโนอะคุสติกนั้นแป้นคีย์จะมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ดังนั้นเปียโนไฟฟ้าจึงพยายามทำให้คีย์ของเครื่องนั้นมีน้ำหนัก

weighted key คือการถ่วงน้ำหนักแบบเต็มสมบูรณ์ คีย์จะมีความหนักคล้ายคลึงกับอะคุสติกเปียโน semi-weighted key จะเป็นการกึ่งถ่วงน้ำหนัก ดังนั้นคีย์จึงไม่หนัก ไม่ให้ความรู้สึกเหมือนกับการเล่นเปียโนอะคุสติก สำหรับครูแล้วไม่แนะนำให้นักเรียนซื้อเปียโนไฟฟ้าแบบ semi-weighted key เลยค่ะ เนื่องจากนักเรียนจะไม่สามารถฝึกเทคนิคต่างๆได้ นิ้วจะไม่สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้เนื่องจากคีย์เบาค่ะ ไม่ต้องพูดถึงตัวที่ไม่ถ่วงน้ำหนักเลยนะคะ ไม่เอาไม่ซื้อค่ะ

เอาล่ะค่ะครูก็หวังว่าเพื่อนๆจะได้ข้อมูลในการเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้ากันไปพอสมควรนะคะ หากเปียโนรุ่นไหนที่ครูแนะนำถูกใจเพื่อนๆก็ฝากไว้ด้วยนะคะ ครูจะได้ค่าแนะนำเล็กน้อยจากการที่เพื่อนๆคลิกลิงค์และซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ครูค่ะ ดังนั้นหากเพื่อนๆจะซื้อรุ่นที่ครูแนะนำก็อย่าลืมซื้อจากลิงค์ที่ครูแปะไว้ให้นะคะ สินค้าที่ครูแนะนำทุกตัวแนะนำจากประสบการณ์จริงๆค่ะ ครูจะไม่แนะนำสินค้าที่ไม่ดีเด็ดขาดค่ะ จากจรรยาบรรครูสอนเปียโน 22 ปีค่ะ 555 ฝากอีกคอร์สเรียนไว้ด้วยนะคะ คอร์สอ่านโน้ตฉบับสมบูรณ์ค่ะ มีแบบฝึกหัดออนไลน์และดาวน์โหลดไปทำมือมากกว่า 1000 ข้อค่ะ เรียนจบอ่านโน้ตได้คล่องแน่นอนค่ะ สนใจเรียนฟรี 4 บทแรกคลิกได้ ที่นี่ ค่ะ

Lila Sakcharoen

ครูลีลาจบการศึกษาระดับปริญญาโทเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาการแสดงเปียโนจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเปียโนของมหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างนั้นก็ได้เปิดโรงเรียนดนตรีคีตลีลาร่วมกับพี่สาวและเปิดโรงเรียนนิวยอร์กมิวสิคในภายหลัง ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ ออสติน เท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

บทความก่อนหน้า